Showing posts with label kaizen. Show all posts
Showing posts with label kaizen. Show all posts

Thursday, January 15, 2009

แตงโมเหลี่ยม แตงโมรูปหัวใจ มีแล้วในเมืองไทย

ผมเริ่มเปิดการฝึกอบรม Mind Map ตามหลักสูตรของ Tony Buzan "ครั้งแรกที่เมื่อเดือนมีนาคม 2540 ที่โรงแรมโซลทวิ"นครศรีธรรมราช เป็นการจัด Public Workshop ครั้งแรกของประเทศไทย ให้กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จากนั้นไม่นานก็มีข่าวว่าชาวไร่ญี่ปุ่น บนเกาะชิโกกุ (Shikoku - 四国- สี่แคว้น) ปลูกแตงโมรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ห่อส่งไปจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า แตงโมเหลี่ยมรุ่นแรกผลิตเพียง 400 กว่าผล ใช้แบบพิมพ์แก้วสี่เหลี่ยมลูกบาศก์บังคับให้ลูกแตงโมเติบโตขยายตัวอยู่ในแม่พิมพ์นี้ เกษตรกรชาวชิโกกุเห็นว่าเวลาผู้บริโภคนำแตงโมเข้าตู้เย็น แตงโมมักกลิ้งตกลงมาแตก หรือแตงโมกินพื้นที่ในตู้เย็นมากกว่าผลไม้อื่น จึงคิดทำแตงโมที่ช่วยให้ผู้บริโภคนำไปใส่ตู้เย็นได้ง่ายขึ้น และนำไปตกแต่งในห้างได้ด้วย ชาวไรญี่ปุ่นเพิ่มมูลค่าให้กับแตงโมของเขา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับลงวันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2544 รายงานว่า สนนราคาผลละ 10,000 เยน หรือ ประมาณ 3,700 บาท ซึ่งสูงกว่าแตงโมทั่วไปถึงสามเท่า แถมยังเป็นข่าวไปทั่วโลกอีกด้วย จึงนับเป็นตังอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่วิเศษมาก และผมก็เลยนำแตงโมเหลี่ยมมาเป็นตัวอย่าง แนะนำแนวคิด KAIZEN ของญี่ปุ่น แนวคิดนี้ผมสรุปสั้นว่า “ทำสิ่งใดเสร็จแล้ว ให้ถามทันทีว่าทำให้ดีขึ้นได้ไหม แล้วลงมือทำทันที นี่คือหัวใจของ KAIZEN!” และก็ใช่แตงโมเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์ในการโยงผู้เข้ารับการอบรมเข้ากับแนวคิดในการบริหารเรื่อง KAIZEN ผมก็ตามข่าวแตงโมเหลี่ยมอยู่ อีกสี่ปีต่อมาก็มีข่าว แตงโมสามเหลี่ยม รูปปิระมิต แตงโมแบน และก็แพร่ออกไปเป็นแตกกว่ารูปหัวใจ รูปดาว ก็จัดว่าชาวไร่ชิโกกุเปิดทำนบ กสิกรทั่วไประเทศญี่ปุ่นว่า ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรก็พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการ KAIZEN และไม่ใช่แต่เกษตรกรญี่ปุ่นเท่านั้น นสพ. บางกองโพสต์ฉบับเดือนมิถุนายน 2551 ก็ลงข่าวชาวสวนทุเรียนที่อุตรดิตถ์ก็ผลิตทุเรียนรูปหัวใจออกมาจำหน่าย ปีนี้ที่จังหวัดกาญจนบุรี มีงาน “เจียไต๋แฟร์ 2009” ที่ ชนม์เจริญฟาร์ม ตำบลวังด้ง ก็มีการนำแตงโมเหลี่ยมและแตงโมหัวใจมาแสดงด้วย งานนี้มีแค่ 10-18 มกราคม 2552 เท่านั้นนะครับ คุณพรเพ็ญ คำไสแสง คุณพีระชัย กิจเจริญวงศ์ คุณนงนุช นัทธีและผมจึงตามไปดู และถ่ายภาพมาให้พวกเราได้เห็นกันจะ ๆ ถ้าพลาดงานนี้ แล้วยังอยากชมแตงดมเหลี่ยมก็ยังมีงาน วันเทคโนโลยีชาวบ้าน เกษตรมหัศจรรย์ ที่นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจัดระหว่างวันที่ 18-22 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์บางแค 10.00 – 20.00 ครับ งานนี้นอกจากแตงโมเหลี่ยมแล้วยังมีผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ เช่น มะเขือยักษ์ พริกพิโรธโคตรเผ็ด ฯลฯ แต่ฝากไว้นิดว่า ดูแล้วช่วยคิดสักนิดว่า “วันนี้คุณ kaizen สิ่งที่คุณทำซ้ำ ๆ แบบเดิมทุกเมื่อเชื่อวันสักอย่างแล้วหรือยัง อาทิตย์นี้คุณ kaizen บริการหรือผลิตภัณฑ์ที่คุณทำซ้ำ ๆ แบบเดิมมานานสักอย่างแล้วหรือยัง เดือนนี้คุณ kaizen กระบวนการที่คุณทำซ้ำ ๆ แบบเดิมจนจำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เมื่อไรสักอย่างแล้วหรือยัง ปีนี้คุณ kaizen ชีวิตและความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างของคุณไปบ้างแล้วหรือยัง”

Saturday, November 8, 2008

นิทาน “เปลี่ยนมุมมอง” 001

มุมมองของเด็กตาบอดและชายคนหนึ่ง (ตาบอดก็มีมุมมองแบบบอด ๆ) เด็กตาบอดคนหนึ่งนั่งอยู่บนบันไดตึก มีกระป่องใส่เศษสตางค์อยู่แทบเท้า และมีป้ายเขียนว่า “ผมตาบอดครับ ช่วยผมด้วยครับ” ในกระป่องมีเศษสตางค์ไม่กี่เหรียญ ชายคนหนึ่งเดินผ่านมา ล้วงกระเป๋าหยิบเศษสตางค์หยอดลงกระป่อง แล้วหยิบป้ายขึ้นมาพลิกกลับด้าน เขียนข้อความลงไปใหม่ แล้ววางให้ด้านที่เขาเขียนหันหน้าออก เพื่อให้คนที่ผ่านไปมาอ่านได้ ปรากฏว่า .... อีกไม่นานก็มีเศษสตางค์เต็มกระป๋องของเด็กตาบอด ตกเย็น ชายที่เปลี่ยนข้อความกลับมาดูผมงานของเขา เด็กตาบอดจำฝีเท้าของเขาได้ “ท่านครับ ท่านเป็นคนที่เปลี่ยนป้ายเมื่อเช้านี้ไหมครับ ท่านเขียนว่าอะไรขอรับ?” เด็กขอทานถามด้วยความสงสัย “พ่อหนู ฉันก็เขียนความจริง ฉันเขียนแบบเดียวกับที่หนูเขียนนั่นแหละ แต่ว่าเปลี่ยนมุมมองเท่านั้นเอง” ชายคนนั้นเขียนบนป้านเสียใหม่ว่า “วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใส แต่เสียดายที่ผมมองไม่เห็น” คุณคิดว่าสองข้อความพูดเรื่องเดียวกันใช่ไหม ป้ายทั้งสองด้านบอกผู้อ่านว่าเด็กตาบอดเหมือนกัน ป้ายด้านแรกส่งข้อความตามจริงว่าเด็กตาบอด แต่ด้านใหม่ทำให้ผู้อ่านคิดได้ว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่ตาไม่บอด ดังนั้น ผลสัมฤทธิ์จึงต่างกันมาก นิทานเรื่องสอนให้รู้ว่า : เราโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ จงคิดอย่างสร้างสรรค์ หมั่นเปลี่ยนมุมมอง จ้องโลกแต่ในแง่บวก ผนวกทุกอย่างด้วย Kaizen ข้อคิด : เราทุกคนเป็น “ชายคนนั้น” ได้ไม่ว่าเราจะเพศใด ปกติถ้าเราเป็นคมมีเมตตา เราอาจจะสละเงินหยอดกระป๋องช่วยเดิกพิการแล้วก็เดินผ่านไป อิ่มกับผลทานที่ทำไป แต่ชายคนนั้น :
  • ไม่ได้แค่หยอดเงินลงกระป๋อง แล้วเดินผ่านไป แต่เขากลับคิดหาทางช่วยเด็กตาบอดข้างถนน ด้วยการเปลี่ยนข้อความในป้ายด้วยความคิดสร้างสรรค์ จึงทำให้เด็กน้อย ได้รับบริจาคมากขึ้น
  • เขาเห็นป้ายแล้ว เขาคงคิดว่าถ้าเขาเป็นหนูน้อยตาบอดเขาควรจะเขียนว่าอย่างไรดี นั่นคือเขาเปลี่ยนมุมมอง เลโอนาโด ดาวิชี เคยเขียนไว้ว่า “คุณจะยังไม่รู้จักอะไรดี จนกว่าคุณจะมองสิ่งนั้นจากอย่างน้อยสามมุมมอง”
  • เขาจึงต้องมีปรัชญาของ kaizen อยู่ในหัวใจ “ทำอะไรเสร็จแล้ว รีบถามทันทีว่าทำให้ดีกว่าเดิมได้ไหม แล้วลงมือทำทันที”
  • ไม่เท่านั้น ตกเย็นยังกลับมาติดตามตรวจสอบผลงานของเขา อีกด้วย

คุณคิดว่าคุณทำแบบ “ชายคนนั้น” ในเรื่องอื่น ๆ ได้ไหมครับ “ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้”

ด้วยมิตรภาพ ธัญญา ผลอนันต์ 8 พฤศจิกายน 2551

ที่มาดัดแปลงมาจาก http://board.palungjit.com/showthread.php?t=22445&page=1188